บทความ

บทความน่าสนใจเกี่ยวกับ
โรคหนูกัดไข้ (Rat-Bite Fever)

เผยแพร่เมื่อ: 14 สิงหาคม 2569

บทความน่าสนใจเกี่ยวกับ</br>โรคหนูกัดไข้ (Rat-Bite Fever)

โรคหนูกัดไข้ (Rat-Bite Fever) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถติดต่อจากหนูและสัตว์ฟันแทะสู่คน โดยเชื้อที่เป็นสาเหตุสำคัญ ได้แก่ Streptobacillus moniliformis และ Spirillum minus โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการถูกหนูกัดหรือข่วน รวมถึงการสัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะ หรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อ

แม้โรคจะพบไม่บ่อย แต่ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีหนูชุกชุม เช่น โรงงาน โกดัง และสถานที่จัดเก็บอาหารหรือวัตถุดิบ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ หนูอาจเคลื่อนย้ายออกจากแหล่งอาศัยเดิมเพื่อหาพื้นที่แห้งและแหล่งอาหารใหม่ ทำให้มีโอกาสเข้ามาในอาคารโรงงานและพื้นที่ทำงานของคนมากขึ้น จึงอาจเพิ่มโอกาสในการสัมผัสหนูหรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อ

ตัวก่อโรคและการแพร่กระจาย

โรคหนูกัดไข้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptobacillus moniliformis ซึ่งพบได้ในหนูบางชนิด และ Spirillum minus ซึ่งพบมากในบางพื้นที่ของเอเชีย เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลจากการถูกหนูกัดหรือข่วน รวมถึงการสัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะ และสารคัดหลั่งของหนูที่มีเชื้อ

นอกจากนี้ การสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนจากหนูอาจเพิ่มโอกาสการสัมผัสเชื้อได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการสะสมของมูลหนูหรือมีหนูเข้ามาอาศัยเป็นประจำ

พื้นที่เสี่ยงและการพบการระบาดในประเทศไทย

พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหนูกัดไข้มักเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่มีหนูอาศัยหรือหาอาหาร เช่น โรงงาน โกดัง ห้องเก็บวัตถุดิบ พื้นที่จัดเก็บอาหาร อาคารที่มีช่องเปิด และบริเวณที่มีขยะหรือเศษอาหารสะสม

โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนักหรือน้ำท่วมในหลายพื้นที่ หนูอาจเคลื่อนย้ายออกจากแหล่งอาศัยเดิมเพื่อหาพื้นที่แห้งและแหล่งอาหารใหม่ ทำให้มีโอกาสเข้ามาในอาคารโรงงานหรือพื้นที่ทำงานของคนมากขึ้น สำหรับสถานประกอบการที่มีปัญหาหนู หากขาดการควบคุมอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของมูล ปัสสาวะ และสารคัดหลั่งของหนู รวมถึงเพิ่มโอกาสที่พนักงานจะสัมผัสหนูโดยตรงหรือสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน

อาการของโรคหนูกัดไข้

ผู้ที่ได้รับเชื้ออาจมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และปวดตามข้อ โดยอาจพบผื่นแดงหรือผื่นตามร่างกายร่วมด้วย อาการมักเกิดขึ้นภายหลังได้รับเชื้อและอาจมีความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละราย

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เชื้อสามารถแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อที่ข้อ หัวใจ หรืออวัยวะอื่น ๆ ได้

ผลกระทบต่อพนักงาน ชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรม

โรคหนูกัดไข้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อสุขภาพของผู้ที่ถูกหนูกัดเท่านั้น แต่ปัญหาหนูภายในสถานประกอบการยังเกี่ยวข้องกับสุขอนามัยและความปลอดภัยของพื้นที่ผลิต หนูสามารถสร้างความเสียหายต่อสินค้า วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์ รวมถึงทิ้งมูลและปัสสาวะไว้ตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนและส่งผลต่อมาตรฐานด้านสุขาภิบาล

สำหรับโรงงานอาหารหรือโรงงานที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร การพบหนูภายในพื้นที่ผลิตอาจส่งผลต่อระบบคุณภาพ เช่น GMP และ HACCP รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและคู่ค้า ดังนั้น การควบคุมหนูจึงเป็นส่วนสำคัญของการบริหารความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของสถานประกอบการ

การป้องกันและควบคุมโรค

การป้องกันโรคหนูกัดไข้ควรเน้นการควบคุมหนูและการจัดการสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน โดย:

  • ลดแหล่งอาหารและน้ำของหนู
  • จัดเก็บอาหารและวัตถุดิบให้มิดชิด
  • กำจัดขยะและเศษอาหารอย่างเหมาะสม
  • ตรวจสอบและปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้าสู่อาคารได้

นอกจากนี้ควรมีการตรวจสอบร่องรอยการเข้าทำลาย เช่น มูลหนู รอยกัดแทะ และเส้นทางการเคลื่อนที่ของหนูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถควบคุมปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การควบคุมหนูและการจัดการโดย Bug Solution

Bug Solution ให้บริการควบคุมหนูแบบครบวงจร โดยเริ่มจากการสำรวจและประเมินความเสี่ยงภายในพื้นที่ เพื่อค้นหาจุดที่หนูเข้ามาอาศัย หาอาหาร หรือหลบซ่อน จากนั้นจึงวางแนวทางควบคุมให้เหมาะสมกับลักษณะของสถานประกอบการ เช่น การโรยเหยื่อ การวางกรงดักหนู และการติดตามผลการควบคุมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ทีมงานยังให้คำแนะนำด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล รวมถึงให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของหนู จุดเสี่ยง และแนวทางป้องกันการกลับเข้ามาของหนู โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการอบรม เพื่อช่วยลดปัจจัยที่ดึงดูดหนู ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และสนับสนุนการควบคุมสัตว์รบกวนอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

© 2026 สมาคมฆ่าเชื้อและเสริมสุขอนามัยไทย (TDHA). สงวนสิทธิ์เฉพาะ TDHA.