3 โรคสำคัญหลังน้ำท่วม เป็นกลุ่มโรคติดเชื้อที่มักระบาดหลังสถานการณ์อุทกภัย โดยมากับน้ำขัง ดินโคลน และสัตว์พาหะ ได้แก่ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) ที่เกิดจากเชื้อ Leptospira ปนเปื้อนมากับปัสสาวะสัตว์ โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) หรือโรคไข้ดินจากเชื้อ Burkholderia pseudomallei ในดินชื้นแฉะ และ โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) จากยุงลาย Aedes aegypti ที่เพาะพันธุ์ในแหล่งน้ำขัง
ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่น้ำท่วมหรือเพิ่งผ่านพ้นสถานการณ์อุทกภัยควรเฝ้าระวังทั้ง 3 โรคนี้อย่างใกล้ชิด เพราะสภาพแวดล้อมหลังน้ำลดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและสัตว์นำโรคหลายชนิด
พื้นที่เสี่ยงและสถานการณ์ในประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นพื้นที่เขตร้อนชื้นที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำในช่วงฤดูฝน โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่:
- ภาคกลางและภาคตะวันออก: พื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและบางปะกง ซึ่งมักเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เช่น อยุธยา นครสวรรค์ ปทุมธานี
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดริมแม่น้ำชีและมูล เช่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยโรคฉี่หนูและเมลิออยโดสิสสูง
- ภาคใต้: พื้นที่ที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน เช่น นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญ
- ภาคเหนือ: เชียงราย น่าน พะเยา พื้นที่ริมแม่น้ำที่มักเกิดอุทกภัยในช่วงปลายฤดูฝน
อาการของ 3 โรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
โรคฉี่หนู (Leptospirosis)
เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล ผิวหนังที่แช่น้ำจนเปื่อย หรือเยื่อบุตาที่สัมผัสน้ำปนเปื้อน อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ
- ปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างรุนแรง
- ตาแดง ตัวเหลือง ตาเหลือง ในรายที่รุนแรง
- อาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตวาย ตับอักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) — โรคไข้ดิน
เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลที่สัมผัสดินหรือน้ำปนเปื้อน การสูดดมฝุ่นดิน หรือการกินอาหารที่ปนเปื้อน อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ไข้สูง หนาวสั่น เหงื่อออกมาก
- ไอ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก (กรณีเชื้อเข้าปอด)
- มีฝีหรือแผลหนองตามอวัยวะต่างๆ
- อาจมีอาการรุนแรงถึงติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemia)
โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)
แพร่ผ่านยุงลาย Aedes aegypti ที่เพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำขังหลังน้ำท่วม อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ไข้สูงลอยติดต่อกัน 2-7 วัน
- ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว
- มีจุดเลือดออกตามตัว ผื่นแดง
- ในรายที่รุนแรง อาจมีอาการช็อกจากการรั่วของพลาสมา
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อทั้ง 3 โรคหลังน้ำท่วม ได้แก่:
- ผู้ที่ลุยน้ำท่วมหรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดโดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน
- เกษตรกรและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ชื้นแฉะ
- ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
- อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัย
การป้องกันตนเองจาก 3 โรคหลังน้ำท่วม
1. ป้องกันการสัมผัสน้ำท่วมและโคลน
- หลีกเลี่ยงการลุยน้ำท่วมหรือสัมผัสโคลนโดยตรง
- สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือ และอุปกรณ์ป้องกันเมื่อจำเป็นต้องลงน้ำ
- ปิดบาดแผลให้มิดชิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำก่อนสัมผัสน้ำหรือดิน
2. ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล
- อาบน้ำชำระร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วม
- ล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
- ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกเท่านั้น
3. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์พาหะ
- เร่งทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำลดโดยเร็วที่สุด
- กำจัดน้ำขังในภาชนะทุกชนิดเพื่อป้องกันยุงลายเพาะพันธุ์
- จัดเก็บขยะและเศษอาหารอย่างมิดชิดเพื่อไม่ดึงดูดหนู
- ใช้สารไล่แมลงหรือมุ้งกันยุงเพื่อป้องกันการถูกยุงกัด
การควบคุมสัตว์พาหะและการจัดการโดย Bug Solution
Bug Solution ให้บริการควบคุมสัตว์พาหะแบบครบวงจรด้วยระบบ IPM (Integrated Pest Management) ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมปัญหาหนูและยุงที่ต้นเหตุ โดยผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน:
- การควบคุมทางกายภาพ: ปิดช่องทางเข้าของหนู กำจัดแหล่งน้ำขัง
- การควบคุมทางชีวภาพ: ใช้จุลินทรีย์หรือตัวห้ำตัวเบียนตามธรรมชาติ
- การควบคุมทางเคมี: ใช้สารกลุ่ม ไพรีทรอยด์สังเคราะห์ (Synthetic Pyrethroids) อย่างถูกวิธีและปลอดภัย
- การจัดการสิ่งแวดล้อม: ทำความสะอาดพื้นที่ ลดแหล่งอาหารและที่หลบซ่อน
ตัวอย่างสารออกฤทธิ์ที่ใช้ ได้แก่: Deltamethrin, Cypermethrin, Permethrin, และ Bifenthrin
คุณสมบัติเด่นของสารเคมี:
- ใช้ในปริมาณน้อยแต่ได้ผลดี
- ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ
- ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์? หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภายใน 1-4 สัปดาห์หลังสัมผัสน้ำท่วม หรือพบจุดเลือดออก ผื่นแดง แผลบวมแดงที่ไม่หายภายใน 2-3 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมหรือดินโคลนทุกครั้ง
— Bug Solution ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมแมลงและสัตว์พาหะ
© 2026 สมาคมฆ่าเชื้อและเสริมสุขอนามัยไทย (TDHA). สงวนสิทธิ์เฉพาะ TDHA.

