ข่าวสาร

ไข้หวัดนก (Avian Influenza)

เผยแพร่เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569

ไข้หวัดนก (Avian Influenza)

โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza; AI) เป็นโรคติดเชื้อไวรัส Influenza A ที่พบในสัตว์ปีกทั้งสัตว์เลี้ยงและนกป่า โดยเฉพาะนกอพยพซึ่งเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ โรคนี้สามารถแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในฟาร์มสัตว์ปีก ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งด้านผลผลิต เศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศ

ประเทศไทยเคยเผชิญการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ H5N1 ในช่วงปี พ.ศ. 2547–2548 ทำให้มีการทำลายสัตว์ปีกจำนวนมากเพื่อควบคุมโรค และพบผู้ติดเชื้อในมนุษย์จากการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หลังจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ และเสริมมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) จนสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกยังมีรายงานการระบาดเป็นระยะ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับนกอพยพและการเลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น

ตัวก่อโรคและการแพร่กระจาย

โรคไข้หวัดนกเกิดจากเชื้อ Influenza A virus โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงสูง เช่น H5N1, H5N6 และ H5N8 ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการระบาดในสัตว์ปีกได้อย่างรวดเร็ว

เชื้อแพร่กระจายได้หลายทาง ได้แก่:

  • การสัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำลาย น้ำมูก และมูลของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ
  • การปนเปื้อนในอุปกรณ์ น้ำ อาหาร วัสดุรองพื้น ยานพาหนะ และบุคลากรที่ปฏิบัติงานในฟาร์มหรือโรงงาน
  • นกอพยพ ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติที่สามารถนำเชื้อเข้าสู่พื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกได้
  • แมลงวัน หนู และสัตว์รบกวนอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นพาหะเชิงกล (Mechanical vector) โดยเคลื่อนย้ายเชื้อจากมูลหรือซากสัตว์ไปยังพื้นที่อื่น

พื้นที่เสี่ยงและการพบการระบาดในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออกสัตว์ปีกรายสำคัญของโลก จึงมีการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ได้แก่:

  • ฟาร์มไก่ เป็ด และห่าน
  • พื้นที่ชุ่มน้ำหรือเส้นทางอพยพของนกป่า
  • ตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต
  • โรงฆ่าสัตว์และโรงงานแปรรูปสัตว์ปีก
  • ศูนย์รวบรวมสัตว์ปีก

สำหรับโรงงานแปรรูปสัตว์ปีกและโรงงานผลิตอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์ปีก หากมีการควบคุมสุขาภิบาลไม่เพียงพอหรือมีปัญหานก แมลงวัน และหนูเข้ามาภายในพื้นที่ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรค ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ระบบคุณภาพ เช่น GMP, HACCP และอาจสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและคู่ค้า

อาการของโรคไข้หวัดนก

สัตว์ปีกที่ติดเชื้ออาจแสดงอาการ ดังนี้:

  • ซึม เบื่ออาหาร ขนยุ่ง
  • หงอนและเหนียงบวม
  • มีน้ำมูก หายใจลำบาก ไอ จาม
  • ผลผลิตลดลง เช่น ไข่ลดลงผิดปกติ
  • ในรายที่ติดเชื้อสายพันธุ์รุนแรงอาจตายเฉียบพลันโดยไม่แสดงอาการเด่นชัด

ในบางกรณี เชื้อบางสายพันธุ์สามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ โดยผู้ป่วยมักมีอาการ:

  • ไข้สูง ไอ เจ็บคอ
  • ปอดอักเสบ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
  • โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสสัตว์ปีกป่วยหรือซากสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง

ผลกระทบต่อเกษตรกร ชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรม

โรคไข้หวัดนกส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีก ทั้งด้านผลผลิต การค้า และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เมื่อเกิดการระบาดมักต้องมีการทำลายสัตว์ปีกจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียรายได้และเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

ในภาคอุตสาหกรรม การพบเชื้อหรือเกิดการระบาดอาจส่งผลให้:

  • โรงงานต้องหยุดการผลิตชั่วคราว
  • เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและฆ่าเชื้อ
  • เสียค่าใช้จ่ายในการควบคุมโรค
  • กระทบต่อการส่งออกสินค้าและภาพลักษณ์ขององค์กร

ดังนั้น การป้องกันไม่ให้สัตว์รบกวนเข้าสู่พื้นที่ผลิตจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร

การป้องกันและควบคุมโรคในฟาร์มสัตว์ปีก

การป้องกันโรคไข้หวัดนกจำเป็นต้องอาศัยมาตรการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) อย่างเข้มงวด ได้แก่:

  • การจำกัดการเข้าออกของบุคคลและยานพาหนะ
  • การทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
  • การป้องกันไม่ให้นกป่าเข้ามาสัมผัสสัตว์ปีกเลี้ยง
  • การกำจัดซากสัตว์และมูลสัตว์อย่างถูกสุขลักษณะ
  • การควบคุมแมลงวัน หนู และสัตว์รบกวนอื่น ๆ ที่อาจเป็นพาหะเชิงกลในการเคลื่อนย้ายเชื้อภายในพื้นที่

Bug Solution: ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมสัตว์รบกวนในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก แม้ว่าจะไม่มีสารเคมีที่ใช้กำจัดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกโดยตรงในตัวสัตว์ แต่การควบคุมแมลงวัน หนู นก และสัตว์รบกวน รวมถึงการรักษาสุขาภิบาลของสถานประกอบการ เป็นมาตรการสำคัญในการลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อ

สำหรับปัญหานก Bug Solution มุ่งเน้นการให้คำแนะนำและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการจัดการนกตามหลักสุขาภิบาลและมาตรการ Biosecurity ครอบคลุม:

  • การจัดการเศษอาหารและของเสียเพื่อลดปัจจัยดึงดูดนก
  • การดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่
  • การปิดช่องเปิดหรือจุดที่นกสามารถเข้ามาภายในอาคาร
  • การลดจุดเกาะพักของนก

เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของมูลนก ขน และเชื้อโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอาหารและมาตรฐานสุขลักษณะของสถานประกอบการ

© 2026 สมาคมฆ่าเชื้อและเสริมสุขอนามัยไทย (TDHA). สงวนสิทธิ์เฉพาะ TDHA.