โรค SFTS (Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome) หรือ “ภัยจากเห็บตัวเล็กที่กำลังได้รับความสนใจในประเทศไทย” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีเห็บเป็นพาหะ และกำลังได้รับความสนใจในประเทศไทย หลังมีการพบผู้ป่วยยืนยันในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงมีการตรวจพบเชื้อ SFTSV ในเห็บสุนัข ที่เก็บจากบริเวณบ้านของผู้ป่วย
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังโรคที่มีเห็บเป็นพาหะ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเห็บและสัตว์ที่อาจเป็นแหล่งอาศัยของเห็บ นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้ออกประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคดังกล่าวในเดือนมิถุนายน 2569 โดยระบุว่า SFTS สามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงได้ โรคนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโรคที่ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่มีเห็บชุกชุม รวมถึงผู้ที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ที่อาจนำเห็บเข้าสู่บริเวณที่พักอาศัยและสถานที่ทำงาน
ตัวก่อโรคและการแพร่กระจาย
โรค SFTS เกิดจากเชื้อไวรัส Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome Virus (SFTSV) ซึ่งอยู่ในกลุ่มไวรัสที่สามารถติดต่อผ่านเห็บ โดยเฉพาะเห็บบางชนิดที่สามารถเป็นพาหะนำเชื้อจากสัตว์สู่คนได้
การติดเชื้อในคนมักเกิดจาก:
- การถูกเห็บที่มีเชื้อกัด
- การสัมผัสเห็บหรือสัตว์ที่มีเห็บเกาะโดยตรง
- การสัมผัสสารคัดหลั่งหรือเลือดของผู้ติดเชื้อในบางกรณี
เห็บสามารถอาศัยอยู่ตามบริเวณหญ้า พุ่มไม้ หรือพื้นที่ที่มีสัตว์เป็นแหล่งอาหารและแหล่งอาศัย เช่น สุนัข ปศุสัตว์ และสัตว์ป่า จึงมีโอกาสที่เห็บจะติดมากับสัตว์และเข้าสู่บริเวณบ้านหรือสถานที่ทำงานได้
พื้นที่เสี่ยงและการพบโรคในประเทศไทย
พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อโรค SFTS มักเป็นบริเวณที่มีเห็บและสัตว์ที่เป็นแหล่งอาศัยของเห็บ เช่น:
- พื้นที่ชนบทและพื้นที่เกษตรกรรม
- พื้นที่หญ้ารกและพุ่มไม้
- ฟาร์มและพื้นที่เลี้ยงสัตว์
- บริเวณที่มีสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงที่ออกไปสัมผัสพื้นที่ภายนอก
- พื้นที่ที่มีสัตว์ป่าหรือสัตว์พาหะของเห็บ
สำหรับประเทศไทย มีรายงานการพบผู้ป่วย SFTS และมีการตรวจพบเชื้อในเห็บสุนัขจากพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ทำให้โรคดังกล่าวได้รับความสนใจและมีความสำคัญต่อการเฝ้าระวังด้านโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบเห็บและสัตว์ที่อาจเป็นแหล่งอาศัยของเห็บ
อาการของโรค SFTS
ผู้ป่วยโรค SFTS อาจมีอาการคล้ายไข้จากการติดเชื้อทั่วไปในระยะแรก เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ และอาเจียน ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจพบ:
- ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
- เม็ดเลือดขาวต่ำ
- มีเลือดออก
- ความผิดปกติของระบบประสาท
- ความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะหลายระบบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
หากมีไข้หรืออาการผิดปกติหลังจากถูกเห็บกัด หรือมีประวัติสัมผัสเห็บและสัตว์ในพื้นที่เสี่ยง ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสเพื่อประกอบการวินิจฉัย
ผลกระทบต่อผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน
โรค SFTS สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยได้ตั้งแต่การเจ็บป่วยทั่วไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน และส่งผลต่อการทำงานและรายได้ของผู้ป่วยและครอบครัว
ในระดับชุมชน การพบผู้ป่วยหรือการตรวจพบเชื้อในเห็บและสัตว์พาหะยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและจัดการความเสี่ยงจากเห็บอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสัตว์เลี้ยง ปศุสัตว์ หรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่กระจายของเห็บ
การป้องกันและควบคุมโรค SFTS
1. การป้องกันส่วนบุคคล
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่มีหญ้ารก พุ่มไม้ หรือพื้นที่ที่มีเห็บชุกชุม
- สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายและรองเท้าที่เหมาะสมเมื่อต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยง
- ตรวจสอบร่างกาย เสื้อผ้า และอุปกรณ์หลังกลับจากพื้นที่ที่อาจมีเห็บ
- ตรวจสอบและดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสุนัขที่ออกนอกบ้าน
2. การควบคุมสิ่งแวดล้อม
- ตัดหญ้าและกำจัดวัชพืชบริเวณโดยรอบอาคาร
- ลดพื้นที่รกและพุ่มไม้ที่อาจเป็นแหล่งอาศัยของเห็บ
- ดูแลบริเวณเลี้ยงสัตว์ให้สะอาดและเป็นระเบียบ
- ตรวจสอบบริเวณที่สัตว์เข้าออกและพักอาศัยเป็นประจำ
- ควบคุมเห็บบนสัตว์เลี้ยงตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
Bug Solution: ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมสัตว์พาหะและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม Bug Solution ให้ความสำคัญกับการควบคุมสัตว์พาหะตามแนวทาง Integrated Pest Management (IPM) โดยเริ่มจากการสำรวจและประเมินพื้นที่ เพื่อค้นหาจุดเสี่ยง แหล่งสะสม และปัจจัยที่เอื้อต่อการพบเห็บ พร้อมดำเนินการควบคุมโดยผสมผสานทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อมและการใช้สารเคมีที่เหมาะสม
ในการควบคุมเห็บ สามารถเลือกใช้สารกำจัดแมลงบางกลุ่ม เช่น Permethrin, Deltamethrin และ Cypermethrin ในพื้นที่หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต โดยต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของพื้นที่และปฏิบัติตามฉลากและคำแนะนำของผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการลดแหล่งอาศัยของเห็บ เช่น การจัดการพื้นที่รก หญ้า และพุ่มไม้ รวมถึงการจัดการสัตว์ที่อาจเป็นแหล่งอาหารหรือพาเห็บเข้าสู่พื้นที่ เพื่อช่วยลดจำนวนเห็บและลดโอกาสที่คนจะสัมผัสเห็บที่อาจมีเชื้อ
นอกจากนี้ ทีมงานยังให้ความสำคัญกับการติดตามผลและให้ความรู้แก่ลูกค้าเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่เสี่ยง การดูแลสุขาภิบาล และแนวทางป้องกันการนำเห็บเข้าสู่พื้นที่ เพื่อช่วยลดโอกาสการพบเห็บซ้ำและลดความเสี่ยงจากสัตว์พาหะอย่างต่อเนื่อง
© 2026 สมาคมฆ่าเชื้อและเสริมสุขอนามัยไทย (TDHA). สงวนสิทธิ์เฉพาะ TDHA.

